
แนวทางเลือกสีทาบ้านก่อนเข้าหน้าฝน เรื่องที่ไม่ควรละเลยที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้าม
ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูฝน ผนังภายนอกบ้านควรได้รับการตรวจเช็กก่อนเข้าสู่ช่วงฝนหนัก เพราะฝน ความชื้น และแสงแดดที่สลับกันรุนแรง อาจทำให้พื้นผิวสีภายนอกเสื่อมลงเร็วกว่าปกติ การเลือก สีทาบ้าน ก่อนเข้าฤดูฝนจึงไม่ควรมองเป็นแค่งานตกแต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลบ้านให้พร้อมรับสภาพอากาศไทย
ในมุมมองของงานซ่อมบำรุงบ้าน ช่วงก่อนหน้าฝนเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับตรวจสภาพผนังบ้าน หากพบรอยแตก สีลอก คราบเชื้อรา หรือผนังเสื่อมสภาพ ควรซ่อมให้เรียบร้อยก่อนเริ่มทาสีใหม่ เพราะเมื่อน้ำฝนซึมเข้าสู่ผนังแล้ว ค่าใช้จ่ายในการซ่อมอาจสูงขึ้นกว่าการป้องกันตั้งแต่แรก โดยเฉพาะอาคารที่อยู่ในโซนฝนตกหนักหรือผนังโดนแดดทั้งวัน
เลือกสีภายนอกที่ทนแดด ทนฝน และป้องกันเชื้อรา
สีทาภายนอกควรมีคุณสมบัติทนต่อสภาพอากาศได้ดี ไม่หลุดล่อนง่ายและทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศ และต้องรองรับปัญหาคราบชื้น เชื้อรา และคราบสกปรกที่มากับฝน การเลือกสีราคาถูกโดยไม่ดูคุณสมบัติ อาจทำให้อายุการใช้งานสั้นกว่าที่ควร และทำให้ค่าใช้จ่ายรวมสูงขึ้นในระยะยาว
การเลือกสีให้เหมาะต้องดูพื้นผิวจริงของบ้านประกอบด้วย เช่น พื้นผิวใหม่ พื้นผิวเก่า ผนังมีคราบชื้น หรือผนังที่สีเก่ายังติดอยู่ แต่ละสภาพจำเป็นต้องเลือกน้ำยารองพื้นให้ถูกประเภท หากใช้รองพื้นผิดประเภท ฟิล์มสีอาจไม่สามารถยึดเกาะพื้นผิวได้ดี สีด่าง หรือหลุดล่อนหลังเจอฝนไม่นาน
สำรวจรอยร้าวกับความชื้นก่อนทาสีบ้าน
ก่อนตัดสินใจทาสีใหม่ ควรเช็กพื้นผิวผนังภายนอกอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงอย่างมุมอับ รอยต่ออาคาร และผนังด้านที่เจอฝนแรง หากพบรอยร้าวเล็กหรือใหญ่ควรอุดปิดให้ถูกวิธีก่อนเริ่มทา ไม่ควรใช้สีปิดรอยร้าวแทนการซ่อมจริง เพราะการทาสีเพียงอย่างเดียวอาจไม่หยุดน้ำซึม
หากผนังยังมีความชื้นสะสม ควรให้เวลาผนังระบายความชื้นก่อนเริ่มทาสี หากฝืนทาขณะที่ผนังยังชื้น อาจเกิดปัญหาชั้นสีเสียหายเร็วกว่าปกติจากแรงดันความชื้น ซึ่งเป็นความเสียหายที่เจอบ่อยเมื่อทาสีบนผนังชื้น
โทนสีภายนอกช่วยกำหนดทั้งอุณหภูมิและบุคลิกบ้าน
โทนสีของบ้านควรเลือกให้เหมาะกับแสงแดด ทิศทางบ้าน และภาพลักษณ์โดยรวม สีโทนอ่อนช่วยสะท้อนความร้อนได้ดีกว่า เหมาะกับบ้านที่โดนแดดเกือบทั้งวัน ส่วนสีเข้มทำให้ภาพรวมบ้านดูคมและมีเอกลักษณ์ แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุความทนทานต่อแสงแดดอย่างชัดเจน การดูตัวอย่างสีจากแคตตาล็อกเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ ควรลองทาบนผนังจริงก่อนตัดสินใจ เพราะแสงแดดและเงาทำให้เฉดสีเปลี่ยนไปจากตัวอย่าง
เจ้าของบ้านที่ต้องการวางแผนทาสีก่อนฝนตกหนัก สามารถดูข้อมูลพยากรณ์อากาศเพื่อวางแผนวันทำงาน เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อกำหนดวันทาสีให้เสี่ยงฝนน้อยที่สุด ลดความเสี่ยงจากความชื้นสูงเกินไปในช่วงทำงาน
เลือกช่างและระบบสีให้คุ้มกับงบที่มี
คุณภาพของงานทาสีบ้านไม่ได้วัดจากยี่ห้อสีอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการแก้พื้นผิวเดิม การเลือกน้ำยารองพื้น และมาตรฐานการทาสี หากต้องการให้งานทาสีคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย ควรให้ช่างประเมินพื้นผิวก่อนกำหนดระบบสี ไม่ควรเลือกงานจากราคาถูกที่สุดโดยไม่ดูรายละเอียด
ก่อนฝนมาเต็มฤดูกาล เจ้าของบ้านควรเริ่มจากการตรวจผนัง เลือกสีที่เหมาะกับบ้านที่ต้องเจอฝนบ่อย และวางแผนงานให้เรียบร้อยก่อนเข้าช่วงฝนเต็มตัว การลงทุนกับสีคุณภาพและขั้นตอนที่ถูกต้อง จะช่วยให้สีภายนอกติดทนนานขึ้นและรับมือหน้าฝนได้ดีกว่า